มี.ค.
27
Posted on 27-03-2009
Filed Under (ไม่มีหมวดหมู่) by pusanisa on 27-03-2009

         ตั้กแตนเจ้าสำราญตัวหนึ่งนิสัยเกียจคร้านชอบความสะดวกสบาย ตลอดช่วงฤดูร้อนที่สัตว์อื่นๆพากันหาอาหารไปเก็บสะสมไว้ในรังมันมัวแต่ร้องทำเพลงสนุกสนานไปวันๆ ครั้งถึงฤดูหนาวหิมะตกหนักตั้กแตนไม่สามารถหาอาหารกินได้ อดอยู่หลายวันจนในที่สุดต้องซมซานมาเคาะประตูรังของมดที่เคยรู้จัก

“ได้โปรดเถิดเพื่อน ขออาหารให้ฉันประทังชีวิตสักหน่อยเมื่อพ้นฤดูหนาวอันแสนทารุณนี้แล้ว ฉันสัญญาว่าจะหามาใช้คืนให้เป็นเท่าตัว” ตั๊กแตนพยายามวิงวอน

“อ้าว…ก็เมื่อตอนฤดูร้อนที่ใครๆเขาพากันทำมาหากินตัวเป็นเกลียว เจ้ามัวทำอะไรอยู่” มดย้อนถาม

“ฉันไม่ได้อยู่เปล่าๆหรอกนะ แต่ได้ร้องรำทำเพลงตลอดเวลาเมื่อตอนที่เธอ และเพื่อนๆขนอาหารผ่านมาก็ได้ยินมิใช่หรือ”

“ได้ยินซิ..ในเมื่อเจ้ามัวแต่ร้องเพลงตลอดฤดูร้อน เมื่อถึงฤดูหนาวก็จงเต้นรำให้สนุกเถิด”กล่าวจบมดก็ปิดประตูทันที

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ผู้ที่ปล่อยวันเวลาให้ผ่านเลยไปอย่างไร้ค่า ชีวิตย่อมพบเพียงความว่างเปล่า

(0) Comments    Read More   
มี.ค.
17
Posted on 17-03-2009
Filed Under (ไม่มีหมวดหมู่) by pusanisa on 17-03-2009

         กระต่ายตัวหนึ่งหลงทะนงในฝีเท้าของตนว่าสามารถวิ่งได้รวดเร็วดุจสายสม ในป่าที่อาศัยอยู่ไม่มีสัตว์ตัวใดสามารถเอาชนะมันได้ วันหนึ่งพบเต่าคลานต้วมเตี้ยมผ่านหน้าไป กระต่ายจึงกล่าววาจาเยาะเย้ยด้วยความคึกคะนอง

“มัวแต่คลานเชื่องช้าอยู่แบบนี้เมื่อไหร่จะไปถึงจุดหมายปลายทางเล่าเพื่อน อย่างเจ้านี้ข้าต่อให้คลานล่วงหน้าไปก่อนสักครึ่งวันก็คงวิ่งตามทัน”

“ไม่ต้องต่อให้ข้าหรอก” เต่ารู้สึกไม่พอใจกระต่ายขี้โม้

“อย่างเจ้าไม่เห็นว่าจะเก่งกาจตรงไหน ไม่เชื่อเรามาลองวิ่งแข่งกันก็ได้”

“ว่าไงนะ” กระต่ายแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“เจ้านะเหรอกล้าท้าแข่งกับข้า ฮะ…ฮะ…ฮะ..” กระต่ายยืนหัวเราะจนท้องแข็ง พอดีหมาจิ้งจอกเดินผ่านมาทั้งสองจึงเชิญให้เป็นกรรมการตัดสิน

         เมื่อเริ่มการแข่งขัน กระต่ายวิ่งออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วสุดฝีเท้า ครั้นถึงกลางทางลองเหลียวกลับไปมองข้างหลังไม่เห็นแม้แต่เงาของคู่แข่ง เจ้ากระต่ายจึงละล่าใจแวะเข้าไปนอนกระดิกขาเล่นที่ใต้ร่มไม้ใหญ่

“หลับเอาแรงสักงีบดีกว่า” กระต่ายทำท่าบิดขี้เกียจ “เอาไว้พอเจ้าหลังตุงมาถึงแถวนี้ ค่อยตื่นขึ้นมาเต้นระบำไปรอบๆตัวมันจนกว่าจะถึงเส้นชัย”

         สายลมเย็นพัดโชยเฉื่อยฉิว ไม่นานนักเจ้ากระต่ายผู้ประมาทก็เผลอหลับไปจริงๆ ฝ่ายเต่ายังคงคลานต้วมเตี้ยมๆอย่างไม่ย่อท้อโดยมีเพื่อนสัตว์ป่าเดินทางส่งเสียงเชียร์เพื่อให้กำลังใจ เนื่องจากทุกตัวต่างชังน้ำหน้าเจ้ากระต่ายขี้คุย ยกเว้นแต่ตอนผ่านต้นไม้ซึ่ง เจ้ากระต่ายกำลังหลับฝันหวานอยู่เท่านั้นที่สัตว์ทุกตัวต่างพากันเงียบเสียง

         เจ้ากระต่ายสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงไชโยโห่ร้อง เห็นรอยเท้าสัตว์ต่างๆมากมายบนทางที่ใช้แข่งขันรู้สึกผิดสังเกต มันรีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว อึดใจต่อมาจึงเห็นคู่แข่งของมันกำลังจะคลานเข้าสู่เส้นชัย เจ้ากระต่ายออกแรงวิ่งสุดฝีเท้าแต่ก็สายไปแล้ว พวกสัตว์ป่าต่างห้อมล้อมเข้าไปแสดงความยินดีกับเต่าตัวแรกที่สามารถเอาชนะกระต่ายได้ในการวิ่งแข่งขัน เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

         ความประมาทย่อมนำมาซึ่งความผิดหวังและพ่ายแพ้ ผู้เพียรพยายามย่อมประสบผลสำเร็จ

(1) Comment    Read More   
มี.ค.
06
Posted on 06-03-2009
Filed Under (ไม่มีหมวดหมู่) by pusanisa on 06-03-2009

         ซีโมนิดเป็นกวีผู้มีชื่อเสียงของนครเอเธนส์ ครั้นหนึ่งเขาได้ร่วมคณะกับผู้ที่เดินทางไปยังนครแห่งหนึ่งในทวีปเอเซีย เพื่อชมความรุ่งเรือง ซีโมนิดได้แต่งบทกวีสดุดีวีรชนของนครแห่งนั้นจนเป็นที่โปรดปรานของเจ้านคร จึงได้รับรางวัลทรัพย์สินเงินทองเป็นอันมาก อยู่ต่อมาไม่นาน ซีโมนิดเกิดคิดถึงบ้านที่เกาะซีออส ซึ่งอยู่ในประเทศกรีก เขาได้รวบรวมทรัพย์สมบัติเท่าที่มีอยู่แล้วโดยสารเรือเดินทะเลมุ่งหน้าสู่บ้านเกิด แต่ระหว่างทางขณะเรือแล่นอยู่ใกล้ฝั่งทะเลเมืองคลาซอมมีนา ได้เกิดพายุอย่างรุนแรงจนเรือซึ่งมีสภาพเก่าไม่อาจทนแรงกระแทกของคลื่นขนาดใหญ่ได้ทำท่าจะอับปาง ผู้โดยสารคนอื่นๆต่างเตรียมเก็บทรัพย์สินของตน ยกเว้นแต่ซีโมนิดเพียงคนเดียวเท่านั้น

         “ท่านจะปล่อยให้ทรัพย์สินเงินทองจมน้ำไปพร้อมกับเรืออย่างนั้นหรือ” ผู้โดยสารคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

         “ใช่…” ซีโมนิดพยักหน้า “เพราะขืนนำไปด้วยก็จะเป็นภาระ ทรัพย์สินอันมีค่าที่สุดของข้าพเจ้ามีอยู่ในตัวแล้ว ตอนนี้ขอเพียงหาแผ่นไม้ให้ได้สักแผ่นเพื่อพยุงตัวว่ายเข้าฝั่งให้ได้เท่านั้น”

         เมื่อเรื่องแตก ผู้โดยสารหลายคนจมน้ำตายเพราะไม่ยอมทิ้งสมบัติ ส่วนผู้ที่เข้าถึงฝั่งได้ก็ถูกพวกโจรแย่งชิงทรัพย์สินไปหมดสิ้น เมื่อชาวเมืองคลาซอมมีนามาให้ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตและรู้ว่าซีโมนิดคือกวีเอกของกรุงเอเธนส์ ซึ่งพวกเขาเคยอ่านและชื่นชมในผลงาน ต่างก็ให้การต้อนรับและจัดหาบ้านพักให้เป็นอย่างดี ในขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆต้องอดอยากหิวโหย ได้แต่ขออาหารชาวบ้านกินเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ เท่านั้น

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

         สมบัติภายในคือวิชาความรู้ความสามารถ ย่อมมีค่ามากกว่าทรัพย์สินเงินทอง ซึ่งเป็นสมบัติภายนอก เพราะเราสามารถนำติดตัวไปทุกหนทุกแห่งและไม่มีใครแย่งชิงไปได้

(0) Comments    Read More   
มี.ค.
05
Posted on 05-03-2009
Filed Under (ไม่มีหมวดหมู่) by pusanisa on 05-03-2009

ลากับไก่อาศัยอยู่ที่ไร่แห่งหนึ่ง ขณะกำลังหาอาหารกินกันอย่างเพลิดเพลิน บังเอิญราชสีห์ตัวหนึ่งเดินผ่านมาและคิดจะจับลากินเป็นอาหารจึงย่องเข้าไปด้านหลัง ไก่รีบส่งเสียงขันบอกให้ลารู้ตัว ราสีห์ตกใจเสียงไก่ขันจึงหันหลังวิ่งหนีไป ลาเข้าใจว่าแม้ราชสีห์ผู้เป็นเจ้าป่ายังเกรงกลัวตนมันเลยไล่กวดตามไปอย่งคึกคะนอง ราสีห์จึงหันหลังกับมากระโดดเข้าขย้ำคอลาแล้วลากหายเข้าป่าไป

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ผู้โง่เขลามักหลงทะนงตนเมื่อมีชัยเหนือศัตรู ครั้นหลงกลติดกับดักจึงสำนึกตัวได้ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว

(0) Comments    Read More