ซีโมนิดเป็นกวีผู้มีชื่อเสียงของนครเอเธนส์ ครั้นหนึ่งเขาได้ร่วมคณะกับผู้ที่เดินทางไปยังนครแห่งหนึ่งในทวีปเอเซีย เพื่อชมความรุ่งเรือง ซีโมนิดได้แต่งบทกวีสดุดีวีรชนของนครแห่งนั้นจนเป็นที่โปรดปรานของเจ้านคร จึงได้รับรางวัลทรัพย์สินเงินทองเป็นอันมาก อยู่ต่อมาไม่นาน ซีโมนิดเกิดคิดถึงบ้านที่เกาะซีออส ซึ่งอยู่ในประเทศกรีก เขาได้รวบรวมทรัพย์สมบัติเท่าที่มีอยู่แล้วโดยสารเรือเดินทะเลมุ่งหน้าสู่บ้านเกิด แต่ระหว่างทางขณะเรือแล่นอยู่ใกล้ฝั่งทะเลเมืองคลาซอมมีนา ได้เกิดพายุอย่างรุนแรงจนเรือซึ่งมีสภาพเก่าไม่อาจทนแรงกระแทกของคลื่นขนาดใหญ่ได้ทำท่าจะอับปาง ผู้โดยสารคนอื่นๆต่างเตรียมเก็บทรัพย์สินของตน ยกเว้นแต่ซีโมนิดเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ท่านจะปล่อยให้ทรัพย์สินเงินทองจมน้ำไปพร้อมกับเรืออย่างนั้นหรือ” ผู้โดยสารคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“ใช่…” ซีโมนิดพยักหน้า “เพราะขืนนำไปด้วยก็จะเป็นภาระ ทรัพย์สินอันมีค่าที่สุดของข้าพเจ้ามีอยู่ในตัวแล้ว ตอนนี้ขอเพียงหาแผ่นไม้ให้ได้สักแผ่นเพื่อพยุงตัวว่ายเข้าฝั่งให้ได้เท่านั้น”
เมื่อเรื่องแตก ผู้โดยสารหลายคนจมน้ำตายเพราะไม่ยอมทิ้งสมบัติ ส่วนผู้ที่เข้าถึงฝั่งได้ก็ถูกพวกโจรแย่งชิงทรัพย์สินไปหมดสิ้น เมื่อชาวเมืองคลาซอมมีนามาให้ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตและรู้ว่าซีโมนิดคือกวีเอกของกรุงเอเธนส์ ซึ่งพวกเขาเคยอ่านและชื่นชมในผลงาน ต่างก็ให้การต้อนรับและจัดหาบ้านพักให้เป็นอย่างดี ในขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆต้องอดอยากหิวโหย ได้แต่ขออาหารชาวบ้านกินเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ เท่านั้น
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
สมบัติภายในคือวิชาความรู้ความสามารถ ย่อมมีค่ามากกว่าทรัพย์สินเงินทอง ซึ่งเป็นสมบัติภายนอก เพราะเราสามารถนำติดตัวไปทุกหนทุกแห่งและไม่มีใครแย่งชิงไปได้